ประโยคที่ว่า “พูดไทยไม่ค่อยชัด…แต่ภาษาอังกฤษ…ไม่ได้เลย”
เป็นมุขตลกที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ใช่ไหมคะ
แต่ประโยคดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่มุขตลกขำ ๆ อีกแล้ว
เพราะปัจจุบันมีคนไทยจำนวนมากที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่
“พูดภาษาไทยก็ไม่ค่อยชัดอยู่แล้ว แต่ภาษาอังกฤษก็ไม่ดีเช่นกัน”
หรืออาจกล่าวได้ว่ากำลังมีอาการของโรคสมมุติที่เรียกว่า
“โรคภูมิคุ้มกันภาษาไทยบกพร่อง” นั่นเองค่ะ โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น
ซึ่งอาการที่พบมากที่สุดก็คือ โรค ร ล ลักปิดลักเปิด ซึ่งมักออกเสียง ร
ไม่ได้ หรือออกเสียงเป็นเสียง R ในภาษาอังกฤษ โรค ส ซ อักเสบ
โดยมักมีเสียงพ่นหน้าคำมากเกินไปจนคล้ายกับเสียง S
ของภาษาอังกฤษและโรควรรณยุกต์เคลื่อนเรื้อรัง
ซึ่งเป็นการออกเสียงวรรณยุกต์เคลื่อนที่ไปจากระดับเสียงหนึ่ง เช่น แม่ เป็น
แม้ ผีเสื้อ เป็น ผี่เสื้อ เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพูดและเขียนภาษาไทยของวัยรุ่น
ก็คือ สื่อมวลชนนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะ โทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เน็ต
กล่าวคือ เด็กวัยรุ่นมักจะเลียนแบบการออกเสียงการพูดของดารา ศิลปินนักร้อง
รวมทั้งพิธีกรรายการ ตลอดจนดีเจที่ตนเองชื่นชอบ เพราะคิดว่าเป็นความเท่ห์
มีเสน่ห์ โดยมักพูดไทยสำเนียงฝรั่ง ใช้ภาษาพูดปนกับภาษาเขียน หรือพูดไทยคำ
อังกฤษคำ เป็นต้น ส่วนด้านการเขียนนั้น พบว่า
เด็กไทยเขียนภาษาไทยกันไม่ค่อยถูกต้อง
โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความเคยชินกับภาษาเขียนที่ใช้ในการเขียนกลอนวัยรุ่น
การส่งข้อความผ่านมือถือ และการเขียนในอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะจากการแช็ต
ที่จะเน้นเขียนคำให้สั้นที่สุด เช่น “555” แทนเสียงหัวเราะ “เดว” แทนคำว่า
“เดี๋ยว” “ไปเดก่า” แทนคำว่า “ไปดีกว่า” คำว่า “ไม่เป็นไร” ก็เขียนเป็น
“ม่ายเปนราย” งุงิ คริคริ แทนความรู้สึกบางอย่าง สาด-กรู เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีการใช้สัญลักษณ์หรือไอคอนที่แสดงอารมณ์ต่าง ๆ เช่น ร้องไห้
หัวเราะ ยิ้ม แทนภาษาเขียนอีกด้วย
ซึ่งแม้จะมีบางท่านที่มองว่าการใช้ภาษาในลักษณะนี้เป็นวิวัฒนาทางการภาษา
เฉพาะกลุ่มของวัยรุ่น แต่ภาษาแช็ตไม่มีไวยากรณ์ อีกทั้งการใช้บ่อย ๆ
จะทำให้เด็กเคยชินและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจนกลายเป็นเรื่องปกติ
แม้แต่ในการทำการบ้านหรือการทำข้อสอบก็ตาม
จึงน่าหวั่นเกรงว่าภาษาไทยจะเสียหายจนถึงขั้นวิกฤติได้ในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาการเรียนการสอนและการใช้ภาษาไทยใน
ปัจจุบันที่พบว่า ในระดับอุดมศึกษามีการพัฒนาบุคลากรด้านภาษาไทยน้อยที่สุด
และปัญหาที่พบคือ การพูดไม่ชัด ใช้คำไม่ถูกต้อง และพูดวกวน ส่วนการเขียน
มักใช้คำผิดความหมาย การอ่านนั้นส่วนใหญ่ออกเสียงไม่ถูก และจับใจความไม่ได้
และจากการสำรวจเมื่อปลายปีที่แล้ว พบว่า เด็กไทยชั้นป.3
อ่านหนังสือไม่ออก-เขียนไม่ได้ ราว7-8 หมื่นคน
เหล่านี้เป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันได้
อย่างชัดเจน
ท่านผู้ฟังคะ การเปลี่ยนแปลงทางภาษาของวัยรุ่นไทยดังกล่าวนั้น
ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งผิด
แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมมากกว่า
ศัพท์แสลงหรือคำเฉพาะกลุ่มต่าง ๆ นั้น
หากนำไปใช้เพื่อสื่อสารกันเองภายในกลุ่มเล็ก ๆ ก็คงไม่เสียหายเท่าใดนัก
แต่หากอยู่ในที่สาธารณะหรือใช้สื่อสารอย่างเป็นทางการ การพูดคุยกับผู้ใหญ่
หรือในการเรียนนั้น ก็ควรจะต้องใช้ภาษาที่ถูกต้องทั้งในการพูด อ่านและเขียน
อย่างไรก็ตาม การจะให้เด็กใช้ภาษาไทยอย่างสุภาพและถูกต้องนั้น ผู้ใหญ่
พ่อแม่ ครู อาจารย์ และบุคคลสาธารณะต่าง ๆ
ควรจะสอนและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็กด้วยนะคะ
มิเช่นนั้นจะโทษว่าเด็กยุคใหม่ทำให้ “ภาษาไทยวิบัติ” ก็คงจะไม่ได้นะคะ
ที่มา : http://www.uniserv.buu.ac.th/forum2/topic.asp?TOPIC_ID=2578
วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ภาษาวิบัติคืออะไร จะทราบได้อย่างไรว่าคำนี้ คือภาษาวิบัติ?
ภาษาวิบัติ คือคำพูดที่ไม่ได้รับการยินยอมให้ใช้ทั่วไปในระดับสากล
หากแต่ใช้พูดกันเองในกลุ่มเพื่อนฝูงหรือในกลุ่มวัยรุ่น
โดยมักจะได้รับการต่อต้านจากผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมอยู่เสมอ
คำนิยาม
ภาษาวิบัติ คือ ภาษาที่ถูกแปลงมาจากคำในภาษาเดิม ให้สามารถเขียนได้ในรูปลักษณ์ใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ภาษาวิบัตินี้มักจะผิดหลักในการเขียนอยู่เสมอ
ถ้าจะให้แยกแยะได้ง่ายๆ คำที่ไม่อยู่ในพจนานุกรม และไม่เป็นไปตามกฏของหลักภาษาไทยโดยส่วนใหญ่จะเป็นภาษาวิบัติ
ที่มา
ผู้ ที่เริ่มใช้ภาษาวิบัติเป็นคนแรกนั้น ไม่มีหลักถานปรากฎแน่ชัด แต่อาจกล่าวได้ว่าเริ่มขึ้นมาในช่วงที่ การให้บริการค่าส่งแมสเซจที่แสนแพง ประชาชนในยุคนั้นจึงไม่มีทางเลือก ทำให้ต้องหาวิธีพิมพ์แมสเซจที่น้อยกว่าเพื่อค่าส่งที่ถูกกว่า ทำให้ภาษาวิบัติเริ่มฟักตัวขึ้นในยุคนั้น
และต่อมา ผู้ที่ทำให้ภาษาวิบัติแพร่หลายมากขึ้นอีกครั้ง คือเด็กโง่คนหนึ่ง ในโฆษณาของบริษัททุย เนื่องจากในโคดสะนาดังกล่าว เด็กคนนั้นสะกดคำว่า "ปาฏิหาริย์" ไม่เป็น จึงต้องเขียนว่า "ปาติหาน" และแล้วอีกไม่นานต่อมา คำว่า "ปาติหาน" นี้ก็เป็นที่ยอมรับกันในเหล่าขาแชททั่วไป
การใช้ ภาษาวิบัตินั้น ส่วนใหญ่จะใช้ในการแชทกัน (เช่น ออนเอ็ม ของ ฮอทแมว เป็นต้น) เนื่องจากต้องการพิมพ์ให้เร็วๆ นั่นเอง แต่ในบางครั้งอาจใช้เพื่อความคิกขุ หรือเพื่อการสื่ออารมณ์ก็ได้
จริงๆ แล้ว ภาษาวิบัติ เป็นภาษายอดนิยมของนักกวีสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่วิบัติ มันก็จะไม่คล้องนี่หว่า เลยวิบัติมันซะเลย ซึ่งสมัยนี้บางครั้งก็วิบัติกันจนเกินไป
แต่หากจะเขียนภาษาเพื่อสื่อ อารมณ์ หรือภาษาที่ไม่เป็นทางการ ก็สามารถทำการวิบัติได้ ยิ่งวิบัติก็ยิ่งสื่อถึงอารมณ์ได้ดี เช่นคำว่า "นู๋" วิบัติได้เกรียนมาก และไม่มีในพจนานุกรม
ผู้ทำภาษาวิบัติ
* ผู้ใช้เว็บบอร์ดบางคน
* ผู้ใช้แชทบางคน
* ผู้ใช้hi5หลายคน
* ผู้ใช้ทเว่อร์ติ๊ดหลายราย (เนื่องด้วยทเว่อร์ติ๊ดมีขีดจำกัดคือไม่เกิน 140 ตัวอักษรนั่นเอง)
ภาษาวิบัติแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่ใช้เวลาพูด กับกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน
กลุ่มที่ใช้เวลาพูด
เป็น ประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้ในเวลาพูดกัน ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่น้อยกว่าประเภทกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน โดยมักพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบกล้ำเลย ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง เช่น
* ตะเอง (ตัวเอง)
* เตง (ตัวเอง)
* ขอบคุง (ขอบคุณ)
* แม่ม (แม่มึง)
* แสด (สัตว์)
* พ่อง (พ่อเมิง)
* สลัด, แสด, สาด (สัตว์)
* สรัด,สรัส(สัตว์ :ออกเสียง ร เรือ ด้วย)
กลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน
รูป แบบของภาษาวิบัติชนิดนี้ โดยทั้งหมดจะเป็นคำพ้องเสียงที่หลายๆคำมักจะผิดหลักของภาษาอยู่เสมอ โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้ในเวลาเขียนเท่านั้น โดยยังแบ่งได้เป็นอีกสามประเภทย่อย
กลุ่มพ้องเสียง
รูปแบบ ของภาษาวิบัติชนิดนี้ จะเป็นคำพ้องเสียง โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้ในเวลาเขียนเท่านั้น และคำที่นำมาใช้แทนกันนี้มักจะเป็นคำที่ไม่มีในพจนานุกรม
* เทอ(เธอ)
* จัย(ใจ)
* งัย(ไง)
* นู๋(หนู)
* มู๋(หมู)
* ปันยา(ปัญญา)
* กำ(กรรม)
กลุ่มขี้เกียจพิมพ์
พวก นี้จะคล้ายๆกับกลุ่มคำพ้องเสียง เพียงแต่ว่าบางครั้งการกด Shift มันน่ารำคาญ พวกนี้เลยขี้เกียจกด แล้วเปลี่ยนคำที่ต้องการเป็นอีกคำที่ออกเสียงคล้ายๆกันแทน
* กุ(กู)
* เหน(เห็น)
* เปน(เป็น)
ซึ่งสองตัวอย่างหลังนี่ ถ้าเคยเปิดอ่านหนังสือเก่าๆ ดู จะพบว่าไปซ้ำกับอักขรวิธีในสมัยก่อน (ประมาณปี พ.ศ. 2480)
กลุ่มโชว์Inw
Inw!
* Inw(เทพ)
* uou(นอน)
* เกรีeu(เกรียน)
* IInJIISJIISJ (แทงแรงแรง)
* IIOUIInJISO (แอบแทงเธอ)
แบบลูกผู้ดีกระแดะ
จะมี ร์ กำกับไว้ข้างท้ายเสมอ เช่น
* เทอร์ = เธอ
* แกร์ = แก
* วิคิพีเดียร์ = วิกิพีเดีย
* เหี้ยร์, เชี่ยร์ = เหี้ย(คำว่า เชี่ย มีรากศัพท์มาจาก เหี้ย)
* คับร์ = คับ(ครับ)
* โปรแกรมร์ = โปรแกรม
แบบเสื่อมกว่านี้มีอีกมั้ย (เป็นการยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความชัดเจน ห้ามจำเอาไปใช้)
เข้ามาโหน่ยจิ๊เพิ้ลๆมีเรื่องอยากห้ายช้วยโหน่ย
หว่ะเดนร๊าเพิ้ลๆๆ ครือเราอยากจราถรามรายหน่อยอ๊า...ครือเพิ้ลเราเป๊งเกย์ แร๊นมานจิกาบจั้ยอ๊ะ ต้องทามงายม๊างหย๋อ เพิ้ลเรามานหล่อมั๊กมายง้ะ หล่อเว่อร์โรยอ่ะ แต่เ สี ยอ ย่างเด วมา นเป๊ งเก ย์อ๊ าาา มานบอกเราว่าอยากจิกาบใจง้ะ เพิ้ลๆช้วยบอกหน่อยนร๊าว่าควนจิทามไง๊ ตอนแร๊กๆมานก๊ชอบผุญิ๊งน๊ะ แต่ปายๆมาๆมานไปชอบผุ้ชายอ๊ะ สงสัยมานคงจิโรคจิต บอกวิธีแก้หน่อยจิ๊ ขอบคุงง้าบบ
ปล. ลืมปรายๆๆ มีอิกคลมานเป๊งทอมอ๊ะ จิ๊กลับจรายได้เป่าอยากห้ายมานเป๊ง ญ เหมือนเดิมง้ะ ?
* แปล เข้ามาหน่อยสิเพื่อน ๆ มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย เพื่อน ๆ คือเราอยากจะถามอะไรหน่อย..คือเพื่อนเราเป็นเกย์ แล้วมันจะกลับใจ ต้องทำยังไงบ้างเหรอ เพื่อนเรามันหล่อมาก ๆ เลย หล่อเว่อร์เลย แต่เสียอย่างเดียวมันเป็นเกย์ มันบอกเราว่าอยากจะกลับใจ เพื่อน ๆ ช่วยบอกหน่อยว่าควรจะทำไงดี ตอนแรก ๆ มันก็ชอบผู้หญิงนะ แต่ไป ๆ มา ๆ มันไปชอบผู้ชาย สงสัยมันคงจะโรคจิต บอกวิธีแก้หน่อย ขอบคุณ
ป.ล. ลืมไป มีอีกคนมันเป็นทอม จะกลับใจได้เปล่าอยากให้มันเป็นหญิงเหมือนเดิม ?
อะไรที่ไม่ใช่ภาษาวิบัติ
เนื่อง จากในปัจจุบัน มีคำอื่นๆที่ใช้กันในสังคมปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรม จึงทำให้มีข้อถกเถียงกันอยู่เสมอว่าคำนั้นๆ เป็นภาษาวิบัติ (ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง) หรือภาษาวิวัฒนาการ (ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่แย่ลง) กันแน่ เช่น
ภาษาพูด
คือ คำที่มีอยู่จริงแต่เมื่อใช้พูดกันแล้ว มีเสียงที่ออกมาเปลี่ยนไป บางครั้งก็ใช้ในการเขียนด้วย เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ในวรรณกรรมนั้นๆมากกว่า
* ชั้น(ฉัน)
* เค้า(เรา)
แบบคำย่อ
* หมาลัย(มหาวิทยาลัย)
* วิดวะ(วิศวะ)
* จาน (อาจารย์)
* สินสาด (ศิลปศาสตร์)
* สินกำ (ศิลปกรรมศาสตร์)
* เสารีย์ (อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)
* โรงบาน (โรงพยาบาล)
* ซอย (สีลมซอย 2)
* อาร์ (อาร์ซีเอ)
* ตรอก (ตรอกข้าวสาร)
* โปร,โปรโกง (โปรแกรมโกงเกมส์)
คำอุทาน
* เว้ย
* เฮ้ย
* เจ๊ดเข้
* อุ๊ยแม่เมิงตก
* เสม็ตดุ๋ย
* ชะมดเช็ดสะเด็ดยาด
* ตะแบ๊บ ตะแบ๊บ เป๊าะแป๊ะ เป๊าะแป๊ะ แอ๊ว แอ๊ว
* เจ๊ดตาม่อน
* เจ๊ดปวก
* มะเขือฝักยาว
แบบคำเติมท้าย
ใน ที่นี้คือคำเติมท้ายที่ไม่มีความหมายในพจนานุกรมไทย แต่ก็จะใส่ มีไรมะ (เพราะเป็นคำที่ใช้แสดงอารมณ์หรือใช้แสดงความคิกขุของผู้เขียน/พิมพ์)
* งิ
* งุงิ
* เงอะ
* ง่า
* งับ, ก๊าบบ
* แง่ว
แบบลากเสียง
* อาราย (อะไร)
* คร้าบ(ครับ)
แบบพิมพ์ผิด
คนที่มีปัญญาแล้ว คงรู้ว่ามันพิมพ์ผิด ไม่ใช่ภาษาวิบัติ
* เป้น(เป็น)
* เห้น(เห็น)
แบบจำมาผิด
* ลำใย (ลำไย)
อันนี้ขอร้องทางภาครัฐช่วยแก้ไขหน่อย เจออยู่ในรถเมล์ทุกคันเลย
* ศรีษะ(ศีรษะ)
แบบพิมพ์ไม่ถูก
* ปาติหาน
* อัศจรร
* สมมุต
แบบคำแสลง ภาษาวัยรุ่น
* แอ๊บแบ๊ว
* เสี่ยว
* สตอ
* โบว
* จิ้น
* เห็ดสด
* กาก
แบบคำทับศัพท์
* เกรท
* กู๊ด
* คาวาอี้
* อิคึ
* คิโมชิ~
* คิกขุ
* สุโกอี๊~
* อิไต๋ อิไต๋
* ยาราไนก๊า
แบบอิโมติค่อน
* ^__^
* @__@
* :)
* :(
* -*-
* 3=====D
* = =
* - -"
* (-____-)๗
แบบจำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะไม่อย่างนั้นจะถูกเซ็นเซอร์
* ครวย / กวย / กรวย / จวย / ฆวย / Kuay / 8;p / คุวย / ฆวญ / KVY / kvy / Buffalo No R (ควย)/คุวุยุฝฝ/ครูไวย์/136จ
* หิม / หมิม / หมี (หี)/หมีเล่นหวย
* กรู / กุ / ตู / GOO / GU (กู)
* มรึง / มืง / เมิง / มึNG (มึง)
* แม่ม / แม่NG (แม่ง)
* เฮี่ย / เหรี้ย / เห้ /เห้ว / เชี่ย / เฮีย / เจี้ย(เหี้ย)
* สาด / แสด / แสส / แสรส / แสรด / สัส / (สัตว์)
* เย็ต / เย็ศ / เญ็ด / เย็ก / เยด / เยส / yed / YED (เย็ด)
* จังไร / จังไล / จันไล / จันไร / จางไร / จานราย / จางราย / จัญไล / จันทร์ไร (จัญไร)
* ฟาย / ฟราย / ฟลาย / Kwai (ควาย)
แบบภาษาโบราณ
อันนี้ เอามาแบบเป็นข้อความเลย
หาก เป็นเยี่ยง นี้ เหตุใดมิกลับไปใช้ภาษาเมื่อกาลสมัยอโยธยาเสียเลยเล่า ภาษาที่พวกท่านจักใช้ในเพลานี้ มันเกิดวิบัติมามายมาก่อนเสียยิ่งนัก มันวิบัติมานับแต่เมื่อคราท่านที่เดือดเนื้อร้อนใจในเหตุนี้จะเกิดเสียอีก
ข้าพเจ้า จักย้อนถามท่านอีกสักครา ว่าตั้งแต่ท่านเกิดออกมาจากครรภ์แล้วไซร์ ได้ใช้ภาษาแลสำเนียงเดียวกับที่ข้าพเจ้ากำลังพรรณานี้แล้วหรือไม่เล่า ณ. ครานี้ท่านได้ใช้ภาษาสำเนียงเดียวกับข้าพเจ้าหรือไม่เล่า หากมิใช่ ท่านนั่นแล ที่เป็นเหตุทำให้ภาษาวิบัติมาจนถึงบัตินี้
กาลสมัยเปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน หาใช่เหตุพิลึกพิลั่นอันใดไม่
ลองอ่านดูดีๆ มันน่าจะภาษาเมื่อสมัยอยุธยานะนี่
บทความในไร้สาระนุกรมที่ใช้ภาษาวิบัติ
# ไร้ชีวประวัติ:มหาเทพนิติ กปน
# ไร้ชีวประวัติ:เจ้าแม่ไทรทอง
# จดหมายลูกโซ่
# เรื่องเล่าจากประมูล
# การพิมพ์
# ปรัชญาการใช้ชีวิต
# ทำไมต้องดอทเอ
# หมวดหมู่:บทความที่ใช้ภาษาวิบัติ
# สามกร๊วก
# รักนรก
# วินเด้าส์ เล้า แม้วเซนเจอร์
# สามเกรียน
# ฟิกเกอร์
# แอ๊บแบ๊ว
# ติ่งหู
# โจรโพกผ้าเหลือง
# ภาษาวิบัติ
ที่มา:http://th.uncyclopedia.info/
คำนิยาม
ภาษาวิบัติ คือ ภาษาที่ถูกแปลงมาจากคำในภาษาเดิม ให้สามารถเขียนได้ในรูปลักษณ์ใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ภาษาวิบัตินี้มักจะผิดหลักในการเขียนอยู่เสมอ
ถ้าจะให้แยกแยะได้ง่ายๆ คำที่ไม่อยู่ในพจนานุกรม และไม่เป็นไปตามกฏของหลักภาษาไทยโดยส่วนใหญ่จะเป็นภาษาวิบัติ
ที่มา
ผู้ ที่เริ่มใช้ภาษาวิบัติเป็นคนแรกนั้น ไม่มีหลักถานปรากฎแน่ชัด แต่อาจกล่าวได้ว่าเริ่มขึ้นมาในช่วงที่ การให้บริการค่าส่งแมสเซจที่แสนแพง ประชาชนในยุคนั้นจึงไม่มีทางเลือก ทำให้ต้องหาวิธีพิมพ์แมสเซจที่น้อยกว่าเพื่อค่าส่งที่ถูกกว่า ทำให้ภาษาวิบัติเริ่มฟักตัวขึ้นในยุคนั้น
และต่อมา ผู้ที่ทำให้ภาษาวิบัติแพร่หลายมากขึ้นอีกครั้ง คือเด็กโง่คนหนึ่ง ในโฆษณาของบริษัททุย เนื่องจากในโคดสะนาดังกล่าว เด็กคนนั้นสะกดคำว่า "ปาฏิหาริย์" ไม่เป็น จึงต้องเขียนว่า "ปาติหาน" และแล้วอีกไม่นานต่อมา คำว่า "ปาติหาน" นี้ก็เป็นที่ยอมรับกันในเหล่าขาแชททั่วไป
การใช้ ภาษาวิบัตินั้น ส่วนใหญ่จะใช้ในการแชทกัน (เช่น ออนเอ็ม ของ ฮอทแมว เป็นต้น) เนื่องจากต้องการพิมพ์ให้เร็วๆ นั่นเอง แต่ในบางครั้งอาจใช้เพื่อความคิกขุ หรือเพื่อการสื่ออารมณ์ก็ได้
จริงๆ แล้ว ภาษาวิบัติ เป็นภาษายอดนิยมของนักกวีสมัยก่อนเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าไม่วิบัติ มันก็จะไม่คล้องนี่หว่า เลยวิบัติมันซะเลย ซึ่งสมัยนี้บางครั้งก็วิบัติกันจนเกินไป
แต่หากจะเขียนภาษาเพื่อสื่อ อารมณ์ หรือภาษาที่ไม่เป็นทางการ ก็สามารถทำการวิบัติได้ ยิ่งวิบัติก็ยิ่งสื่อถึงอารมณ์ได้ดี เช่นคำว่า "นู๋" วิบัติได้เกรียนมาก และไม่มีในพจนานุกรม
ผู้ทำภาษาวิบัติ
* ผู้ใช้เว็บบอร์ดบางคน
* ผู้ใช้แชทบางคน
* ผู้ใช้hi5หลายคน
* ผู้ใช้ทเว่อร์ติ๊ดหลายราย (เนื่องด้วยทเว่อร์ติ๊ดมีขีดจำกัดคือไม่เกิน 140 ตัวอักษรนั่นเอง)
ภาษาวิบัติแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่ใช้เวลาพูด กับกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน
กลุ่มที่ใช้เวลาพูด
เป็น ประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้ในเวลาพูดกัน ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่น้อยกว่าประเภทกลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน โดยมักพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบกล้ำเลย ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง เช่น
* ตะเอง (ตัวเอง)
* เตง (ตัวเอง)
* ขอบคุง (ขอบคุณ)
* แม่ม (แม่มึง)
* แสด (สัตว์)
* พ่อง (พ่อเมิง)
* สลัด, แสด, สาด (สัตว์)
* สรัด,สรัส(สัตว์ :ออกเสียง ร เรือ ด้วย)
กลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน
รูป แบบของภาษาวิบัติชนิดนี้ โดยทั้งหมดจะเป็นคำพ้องเสียงที่หลายๆคำมักจะผิดหลักของภาษาอยู่เสมอ โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้ในเวลาเขียนเท่านั้น โดยยังแบ่งได้เป็นอีกสามประเภทย่อย
กลุ่มพ้องเสียง
รูปแบบ ของภาษาวิบัติชนิดนี้ จะเป็นคำพ้องเสียง โดยส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะใช้ในเวลาเขียนเท่านั้น และคำที่นำมาใช้แทนกันนี้มักจะเป็นคำที่ไม่มีในพจนานุกรม
* เทอ(เธอ)
* จัย(ใจ)
* งัย(ไง)
* นู๋(หนู)
* มู๋(หมู)
* ปันยา(ปัญญา)
* กำ(กรรม)
กลุ่มขี้เกียจพิมพ์
พวก นี้จะคล้ายๆกับกลุ่มคำพ้องเสียง เพียงแต่ว่าบางครั้งการกด Shift มันน่ารำคาญ พวกนี้เลยขี้เกียจกด แล้วเปลี่ยนคำที่ต้องการเป็นอีกคำที่ออกเสียงคล้ายๆกันแทน
* กุ(กู)
* เหน(เห็น)
* เปน(เป็น)
ซึ่งสองตัวอย่างหลังนี่ ถ้าเคยเปิดอ่านหนังสือเก่าๆ ดู จะพบว่าไปซ้ำกับอักขรวิธีในสมัยก่อน (ประมาณปี พ.ศ. 2480)
กลุ่มโชว์Inw
Inw!
* Inw(เทพ)
* uou(นอน)
* เกรีeu(เกรียน)
* IInJIISJIISJ (แทงแรงแรง)
* IIOUIInJISO (แอบแทงเธอ)
แบบลูกผู้ดีกระแดะ
จะมี ร์ กำกับไว้ข้างท้ายเสมอ เช่น
* เทอร์ = เธอ
* แกร์ = แก
* วิคิพีเดียร์ = วิกิพีเดีย
* เหี้ยร์, เชี่ยร์ = เหี้ย(คำว่า เชี่ย มีรากศัพท์มาจาก เหี้ย)
* คับร์ = คับ(ครับ)
* โปรแกรมร์ = โปรแกรม
แบบเสื่อมกว่านี้มีอีกมั้ย (เป็นการยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความชัดเจน ห้ามจำเอาไปใช้)
เข้ามาโหน่ยจิ๊เพิ้ลๆมีเรื่องอยากห้ายช้วยโหน่ย
หว่ะเดนร๊าเพิ้ลๆๆ ครือเราอยากจราถรามรายหน่อยอ๊า...ครือเพิ้ลเราเป๊งเกย์ แร๊นมานจิกาบจั้ยอ๊ะ ต้องทามงายม๊างหย๋อ เพิ้ลเรามานหล่อมั๊กมายง้ะ หล่อเว่อร์โรยอ่ะ แต่เ สี ยอ ย่างเด วมา นเป๊ งเก ย์อ๊ าาา มานบอกเราว่าอยากจิกาบใจง้ะ เพิ้ลๆช้วยบอกหน่อยนร๊าว่าควนจิทามไง๊ ตอนแร๊กๆมานก๊ชอบผุญิ๊งน๊ะ แต่ปายๆมาๆมานไปชอบผุ้ชายอ๊ะ สงสัยมานคงจิโรคจิต บอกวิธีแก้หน่อยจิ๊ ขอบคุงง้าบบ
ปล. ลืมปรายๆๆ มีอิกคลมานเป๊งทอมอ๊ะ จิ๊กลับจรายได้เป่าอยากห้ายมานเป๊ง ญ เหมือนเดิมง้ะ ?
* แปล เข้ามาหน่อยสิเพื่อน ๆ มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย เพื่อน ๆ คือเราอยากจะถามอะไรหน่อย..คือเพื่อนเราเป็นเกย์ แล้วมันจะกลับใจ ต้องทำยังไงบ้างเหรอ เพื่อนเรามันหล่อมาก ๆ เลย หล่อเว่อร์เลย แต่เสียอย่างเดียวมันเป็นเกย์ มันบอกเราว่าอยากจะกลับใจ เพื่อน ๆ ช่วยบอกหน่อยว่าควรจะทำไงดี ตอนแรก ๆ มันก็ชอบผู้หญิงนะ แต่ไป ๆ มา ๆ มันไปชอบผู้ชาย สงสัยมันคงจะโรคจิต บอกวิธีแก้หน่อย ขอบคุณ
ป.ล. ลืมไป มีอีกคนมันเป็นทอม จะกลับใจได้เปล่าอยากให้มันเป็นหญิงเหมือนเดิม ?
อะไรที่ไม่ใช่ภาษาวิบัติ
เนื่อง จากในปัจจุบัน มีคำอื่นๆที่ใช้กันในสังคมปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในพจนานุกรม จึงทำให้มีข้อถกเถียงกันอยู่เสมอว่าคำนั้นๆ เป็นภาษาวิบัติ (ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง) หรือภาษาวิวัฒนาการ (ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่แย่ลง) กันแน่ เช่น
ภาษาพูด
คือ คำที่มีอยู่จริงแต่เมื่อใช้พูดกันแล้ว มีเสียงที่ออกมาเปลี่ยนไป บางครั้งก็ใช้ในการเขียนด้วย เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ในวรรณกรรมนั้นๆมากกว่า
* ชั้น(ฉัน)
* เค้า(เรา)
แบบคำย่อ
* หมาลัย(มหาวิทยาลัย)
* วิดวะ(วิศวะ)
* จาน (อาจารย์)
* สินสาด (ศิลปศาสตร์)
* สินกำ (ศิลปกรรมศาสตร์)
* เสารีย์ (อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)
* โรงบาน (โรงพยาบาล)
* ซอย (สีลมซอย 2)
* อาร์ (อาร์ซีเอ)
* ตรอก (ตรอกข้าวสาร)
* โปร,โปรโกง (โปรแกรมโกงเกมส์)
คำอุทาน
* เว้ย
* เฮ้ย
* เจ๊ดเข้
* อุ๊ยแม่เมิงตก
* เสม็ตดุ๋ย
* ชะมดเช็ดสะเด็ดยาด
* ตะแบ๊บ ตะแบ๊บ เป๊าะแป๊ะ เป๊าะแป๊ะ แอ๊ว แอ๊ว
* เจ๊ดตาม่อน
* เจ๊ดปวก
* มะเขือฝักยาว
แบบคำเติมท้าย
ใน ที่นี้คือคำเติมท้ายที่ไม่มีความหมายในพจนานุกรมไทย แต่ก็จะใส่ มีไรมะ (เพราะเป็นคำที่ใช้แสดงอารมณ์หรือใช้แสดงความคิกขุของผู้เขียน/พิมพ์)
* งิ
* งุงิ
* เงอะ
* ง่า
* งับ, ก๊าบบ
* แง่ว
แบบลากเสียง
* อาราย (อะไร)
* คร้าบ(ครับ)
แบบพิมพ์ผิด
คนที่มีปัญญาแล้ว คงรู้ว่ามันพิมพ์ผิด ไม่ใช่ภาษาวิบัติ
* เป้น(เป็น)
* เห้น(เห็น)
แบบจำมาผิด
* ลำใย (ลำไย)
อันนี้ขอร้องทางภาครัฐช่วยแก้ไขหน่อย เจออยู่ในรถเมล์ทุกคันเลย
* ศรีษะ(ศีรษะ)
แบบพิมพ์ไม่ถูก
* ปาติหาน
* อัศจรร
* สมมุต
แบบคำแสลง ภาษาวัยรุ่น
* แอ๊บแบ๊ว
* เสี่ยว
* สตอ
* โบว
* จิ้น
* เห็ดสด
* กาก
แบบคำทับศัพท์
* เกรท
* กู๊ด
* คาวาอี้
* อิคึ
* คิโมชิ~
* คิกขุ
* สุโกอี๊~
* อิไต๋ อิไต๋
* ยาราไนก๊า
แบบอิโมติค่อน
* ^__^
* @__@
* :)
* :(
* -*-
* 3=====D
* = =
* - -"
* (-____-)๗
แบบจำเป็นต้องเปลี่ยนเพราะไม่อย่างนั้นจะถูกเซ็นเซอร์
* ครวย / กวย / กรวย / จวย / ฆวย / Kuay / 8;p / คุวย / ฆวญ / KVY / kvy / Buffalo No R (ควย)/คุวุยุฝฝ/ครูไวย์/136จ
* หิม / หมิม / หมี (หี)/หมีเล่นหวย
* กรู / กุ / ตู / GOO / GU (กู)
* มรึง / มืง / เมิง / มึNG (มึง)
* แม่ม / แม่NG (แม่ง)
* เฮี่ย / เหรี้ย / เห้ /เห้ว / เชี่ย / เฮีย / เจี้ย(เหี้ย)
* สาด / แสด / แสส / แสรส / แสรด / สัส / (สัตว์)
* เย็ต / เย็ศ / เญ็ด / เย็ก / เยด / เยส / yed / YED (เย็ด)
* จังไร / จังไล / จันไล / จันไร / จางไร / จานราย / จางราย / จัญไล / จันทร์ไร (จัญไร)
* ฟาย / ฟราย / ฟลาย / Kwai (ควาย)
แบบภาษาโบราณ
อันนี้ เอามาแบบเป็นข้อความเลย
หาก เป็นเยี่ยง นี้ เหตุใดมิกลับไปใช้ภาษาเมื่อกาลสมัยอโยธยาเสียเลยเล่า ภาษาที่พวกท่านจักใช้ในเพลานี้ มันเกิดวิบัติมามายมาก่อนเสียยิ่งนัก มันวิบัติมานับแต่เมื่อคราท่านที่เดือดเนื้อร้อนใจในเหตุนี้จะเกิดเสียอีก
ข้าพเจ้า จักย้อนถามท่านอีกสักครา ว่าตั้งแต่ท่านเกิดออกมาจากครรภ์แล้วไซร์ ได้ใช้ภาษาแลสำเนียงเดียวกับที่ข้าพเจ้ากำลังพรรณานี้แล้วหรือไม่เล่า ณ. ครานี้ท่านได้ใช้ภาษาสำเนียงเดียวกับข้าพเจ้าหรือไม่เล่า หากมิใช่ ท่านนั่นแล ที่เป็นเหตุทำให้ภาษาวิบัติมาจนถึงบัตินี้
กาลสมัยเปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน หาใช่เหตุพิลึกพิลั่นอันใดไม่
ลองอ่านดูดีๆ มันน่าจะภาษาเมื่อสมัยอยุธยานะนี่
บทความในไร้สาระนุกรมที่ใช้ภาษาวิบัติ
# ไร้ชีวประวัติ:มหาเทพนิติ กปน
# ไร้ชีวประวัติ:เจ้าแม่ไทรทอง
# จดหมายลูกโซ่
# เรื่องเล่าจากประมูล
# การพิมพ์
# ปรัชญาการใช้ชีวิต
# ทำไมต้องดอทเอ
# หมวดหมู่:บทความที่ใช้ภาษาวิบัติ
# สามกร๊วก
# รักนรก
# วินเด้าส์ เล้า แม้วเซนเจอร์
# สามเกรียน
# ฟิกเกอร์
# แอ๊บแบ๊ว
# ติ่งหู
# โจรโพกผ้าเหลือง
# ภาษาวิบัติ
ที่มา:http://th.uncyclopedia.info/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)